ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์ EM ผู้วิจัยเกี่ยวกับเรื่องจุลินทรีย์ มาตั้งแต่ปี 2510 เพื่อเป็นหนทางแก้ปัญหาโลกให้ปราศจากมลภาวะ จึงทำการคัดสรรเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มดีและมีประโยชน์มาเลี้ยงรวมโดยใช้เทคนิคพิเศษ เรียกว่า กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms) หรือเรียกชื่อย่อว่า EM

E M (อี เอ็ม) คือ อะไร

ความเป็นมาของ EM

ศ.ดร.เทรูโอะ  ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องส้ม แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาโรคระบาดในสวนส้มได้ แม้จะพยายามใช้ความรู้ความสามารถเพียงใดก็ไม่ได้ผล ในโอกาสนั้น ท่านได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะของท่านโมกิจิ โอกาดะ (เมซุซามะ) เกิดความสนใจ หนังสือเล่มหนึ่งของท่านโมกิจิ โอกาดะ เขียนไว้เกี่ยวกับการเกษตรธรรมชาติ มีข้อความที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น

  • การเกษตรที่ปลอดสารเคมี
  • ภัยพิบัติของมนุษย์ชาติและธรรมชาติของโลก
  • ความรักของธรรมชาติต่อสรรพสิ่งในธรรมชาติของโลก
  • สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในดินมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล

ท่าน ศ.ดร.ทารูโอะ  ฮิหงะ แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มการค้นคว้า เมื่อ พ.ศ. 2510 และได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตในดินที่เรียกว่าจุลินทรีย์ เมื่อ พ.ศ.2525 เป็นการค้นพบเทคนิคการใช้ E.M. (Effective Microorganisms) กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ความสำคัญ ณ จุดนี้คือ ได้ค้นพบการทำงานของจุลินทรีย์ในธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

            1. ทำงานแบบสร้างสรรค์ เรียกว่า กลุ่มจุลินทรีย์สร้างสรรค์ มีประมาณ10 %

            2. ทำงานแบบเป็นกลาง เรียกว่า กลุ่มเป็นกลางคอยเกื้อหนุน 2 ฝ่ายแรก ทีมีจำนวนมาก ถึงประมาณ  80  %

            3. ทำงานแบบทำลาย หรือ กลุ่มจุลินทรีย์โรค มีประมาณ 10 %

“กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ” มีจุลินทรีย์รวมอยู่ 5 แฟมิลี่ 10 จีนัส 80 สปีชีส์ ในที่นี้จะมีทั้งจุลินทรีย์ที่ต้องการอากาศ คือ แอโรบิค แบคทีเรีย (Aerobic Bacteria) และจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ คือ อนาโรบิค แบคทีเรีย (Anaerobic bacteria)

 E M (อี เอ็ม)

เป็นการรวมกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาบรรจุในภาชนะเดียวกัน มีจุลินทรีย์รวมอยู่ 5 แฟมิลี่10 จีนัส 80 สปีชีส์ เพื่อนำไปใช้งานแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ

1. กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง  (Photosynthetic bacteria)

2. กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก (Lactic acid bacteria)

3. กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตเจน  (Nitrogen fixing bacteria)

4. กลุ่มจุลินทรีย์แอคทิโนมัยซีทส์  (Actenomycetes)

5. กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์ (Yeasts)

ลักษณะทั่วไปของ EM

1. เป็นของเหลวมีสีน้ำตาลแก่  กลิ่นอมเปรี้ยว  อมหวาน                

2. เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิตและไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมี  ยาปฏิชีวนะ และยาฆ่าเชื้อต่างๆได้                                               

      3. ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งที่มีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืชและแมลงที่เป็นประโยชน์

4. ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อม             

      5. เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยาย  เพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วยตนเอง                                              

6. หัวเชื้อ EM  สามารถเก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 6 เดือนที่อุณหภูมิปกติที่ 25-45 องศาเซลเซียส  โดยปิดฝาให้สนิท  อย่าให้อากาศเข้าและอย่าเก็บไว้ในตู้เย็น  ทุกครั้งที่นำออกมาใช้จะต้องรีบปิดฝาให้สนิท  การขยาย EM ควรใช้ภาชนะและน้ำที่สะอาดและใช้ให้หมดในเวลาที่เหมาะสม

      7. ในกรณีที่เก็บไว้หลายวันโดยไม่มีการเคลื่อนไหว ในภาชนะจะมีฝ้าขาวๆเหนือ

ผิวน้ำเป็นการพักตัวของเชื้อ  เมื่อเขย่าทิ้งไว้ฝ้าสีขาวก็จะหายเป็นปกติ

 

ประโยชน์ของ EM ในด้านปศุสัตว์

1. ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ภายใน 24 ชม.              

2. ช่วยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ใน 1-2 สัปดาห์                      

3. ช่วยป้องกันโรคระบาดต่างๆในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะและอื่นๆได้     

4. ช่วยกำจัดแมลงวันด้ายการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไม่ให้เข้า ดักแด้เกิดเป็นแมลงวัน                                       

5. ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง  ทำให้สัตว์แข็งแรง  มีความต้านทานต่อโรค  ให้ผลผลิตสูง และอัตราการตายต่ำ                      

EM สด

EM สด หมายถึง EM จากโรงงาน หรือ เอเย่นต์ หรือ ผู้จำหน่ายรายย่อย ที่ไม่ได้ทำการแปรสภาพ การใช้ EM แบบน้ำ มี 2 วิธี

             1. EM สด  ราคาละ 90 บาท ซื้อมาใช้ได้เลย ใช้ผสมเท่าไรก็ได้ 1: 1;100 ; 200 ; 500 ; 1,000

             2. EM แบบขยาย คือ การทำให้จุลินทรีย์มีความแข็งแรง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยการจัดสภาพแวดล้อมให้ เหมาะสมและให้อาหาร ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้

                        EM                  1          ลิตร                 ราคา    90    บาท

                        กากน้ำตาล                  1          ก.ก.                 ราคา      5    บาท

                        น้ำสะอาด                    20        ลิตร                 ราคา      –    บาท

                        รวม                             22        ลิตร        รวมราคา      95   บาท

ใช้เวลาในการหมัก 7 วัน จะได้ EM ที่สูตรขยายนี้ราคา 4.31 บาท/ลิตร (95 ÷ 22) และให้ใช้ให้หมดภายใน 7 วัน ถ้าหลังจาก 14 วันไปแล้วประสิทธิภาพของอีเอ็ม จะลดน้อยถอยลง จาก 100% เหลือ 90%….80%…..70%…..60%…..ตามลำดับ

EM ขับไล่แมลง

เป็นสารหมักเพื่อป้องกันและขับไล่แมลงศัตรูพืช/สัตว์ ไม่ใช่สารฆ่าแมลง เวลาใช้จึงจะเห็นผลช้า ไม่เหมือนสารเคมี ฉีดปุ๊บตายปั๊บ ดังนั้น จึงต้องรอเวลา หรือ ใช้บ่อยๆ เสมอๆ และใช้เป็นการป้องกัน มี 2 สูตร คือ

            1. สุโตจู (EM 5 ) แบบธรรมดา (ใช้เวลาหมัก 15 วัน)

            2. ซุปเปอร์สุโตจู (ซุปเปอร์ EM 5) (ใช้เวลาหมัก 1 วัน)

สารขับไล่แมลง /สุโตจู (EM 5) แบบธรรมดา

            1. EM                                      1          ลิตร                 ราคา      90    บาท

            2. กากน้ำตาล                                      1          ก.ก.                             ราคา        5     บาท

            3. น้ำส้มสายชูแท้ 5%               1          ขวด                             ราคา      20     บาท

4. เหล้าขาว ๔๐ ดีกรี               1          ขวด                             ราคา    100     บาท

5. น้ำสะอาด                            6          ลิตร                ราคา      –        บาท

รวม                             10        ลิตร          รวมราคา    215      บาท

วิธีทำ

1. ผสมกากน้ำตาลกับน้ำจนเข้ากันดีแล้ว จึงนำเหล้า,น้ำส้ม,และ EM ผสม เขย่าหรือ คนให้เข้ากัน

2. นำบรรจุในภาชนะหมักที่มีความจุพอดี ๆ คือ ให้มีช่องอากาศบ้างเล็กน้อย ประมาณ 10 % แล้ว ปิดฝาให้สนิท

            3. หมักไว้  15 วัน ระหว่างการหมัก ให้เขย่าขวด เช้า – เย็น แล้วเปิดฝาระบายแก๊สออก แล้วปิดไว้

4. เมื่อครบกำหนด สามารถเก็บไว้ได้ประมาณ  3 เดือน ระยะการเก็บ ควรเปิดระบายแก๊สบ้างเป็น บางครั้ง

วิธีใช้

1. ใช้ทาแผลต่าง ๆ ทั้งแผลสด/แผลเปื่อย รวมถึงโรคผิวหนังเรื้อรังต่าง ๆ ยิ่งทาบ่อย ยิ่งหาย เร็ววัน

2.ใช้ สุโตจู1 ลิตรร่วมกับ EM สูตรขยาย ถ้าสูตรขยายไม่ได้ผล หรือเห็นผลช้า จะบังเกิดผลดี

แบบธรรมดานี้ ต้องหมักถึง 15 วัน ราคาจะตกลิตรละ 21.50 บาท (210  ÷ 10) การใช้ก็ไม่ต้องกลัวว่าเป็นสารพิษ เพราะว่าส่วนผสมเป็นของธรรมชาติทั้งนั้น ยาบางชนิดต้องใช้เวลา 1 เดือน ถึงจะนำมารับประทานได้

ซุปเปอร์สุโตจู (ซุปเปอร์ EM5)

ไม่ต้องหมักนาน และเก็บไว้ได้ 3 เดือน สูตรนี้ไม่มีน้ำผสม ราคาจะแพงกว่าสูตรธรรมดา

ทำเป็นสารไล่แมลงที่จำเป็นต้องใช้เร่งด่วน เพราะว่า ผสมไว้ 24 ชั่วโมง ก็มาสามารถ นำไปใช้ได้เลย มีส่วนผสมดังนี้

            1. EM                                      1    ลิตร           ราคา                90       บาท

            2. กากน้ำตาล                          1    ก.ก.           ราคา                  5       บาท

            3. น้ำส้มสายชูแท้ 5%               1    ขวด           ราคา                20       บาท

            4. เหล้าขาว 40 ดีกรี                 2    ขวด           ราคา               200       บาท

                             รวม                        5    ลิตร     รวมราคา              315        บาท

วิธีทำ ผสมเหมือนกับสูตรสุโตจู(EM 5) แต่ไม่มีน้ำ คือ ผสมน้ำส้มสายชูแท้5%, เหล้าขาวและ กากน้ำตาล ให้เข้ากันดีแล้ว จึงใส่ อี เอ็ม คนให้เข้ากัน บรรจุใส่ในภาชนะพลาสติก โดยให้เหลือพื้นที่ว่าง ห่างจากปากขวด 2 นิ้วปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 24 ชั่วโมง (1 วัน) จะมีราคา 63 บาท (315 ÷ 5) นำไปใช้ได้เลย เก็บไว้ใช้ได้นาน 3 เดือน ถ้าเกินกำหนดประสิทธิภาพจะได้ผลน้อย

สารสกัดพืชหมัก (EM F.P.E.)

สารสกัดพืชหมัก EM (EM Fermented Plant Extract) เป็นสารที่มีการทดลองและนิยมใช้กันในต่างประเทศ เป็นการสกัดสารจากการหมักพืชสดด้วย EM โดยมีส่วนประกอบของกรดอินทรีย์ (Organic Acids) สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ แร่ธาตุ และสารที่มีประโยชน์จากวัชพืช ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตต่ำ เพราะได้นำเอาวัชพืชมาเป็นองค์ประกอบในการผลิต โดยเก็บรวบรวมมาในตอนเช้า ก่อนพืชถูกแสงแดด คือก่อนพืชจะสังเคราะห์แสง มีส่วนผสมดังต่อไปนี้

            พืชสมุนไพรสับชิ้นเล็ก ๆ                    5    ก.ก.           ราคา      –        บาท

            น้ำ (สะอาด)                                       10    ลิตร           ราคา       –       บาท

             กากน้ำตาล                                     300    ซี.ซี.           ราคา      1.5    บาท    

E.M.                                                300    ซี.ซี.           ราคา     27      บาท

                                    รวม                       10.65    ลิตร    รวมราคา     28.50 บาท

วิธีทำ

            –  สับพืชสมุนไพรให้มีขนาด 2-5 เซนติเมตรบรรจุในภาชนะสำหรับหมัก

            –  ผสมกากน้ำตาลและน้ำละลายดีแล้วเติม E.M.คนให้เข้ากัน เทใส่ภาชนะสมุนไพรที่หมัก

–  วางไม้หรือของหนักทับบนพืชสมุนไพร(กันไม่ให้สมุนไพรลอย) ปิดฝาให้สนิท

            –  หมักไว้ 7 วัน เทน้ำหมักในถังใส่ขวดหรือแกลลอนไว้ใช้ โดยใช้ผ้ากรองเศษพืชสมุนไพร

            –  เก็บถังหมักไว้ในที่ร่มและมีลมพัดผ่าน หมักไว้ 3 วัน คนพืชสมุนไพรในถัง

EM.F.P.E (สารสกัดพืชสมุนไพรหมัก EM.) ราคาลิตรละ 2.68 บาท (28.50 ÷ 10.65) ควรเก็บรักษาไว้ในที่มืดและเย็นในที่อุณหภูมิสม่ำเสมอ อย่าเก็บไว้ในตู้เย็นหรือถูกแสงแดด ควรนำออกใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน หลังจากการสกัดหรือหมักไว้

            ทดลองพืชสมุนไพร เช่น ตระไคร้หอม,สะเดา,ยูคาลิปตัส, สาบเสือ,สาบแร้งสาบกา, น้อยหน่า, ฟ้าทะลายโจน,บอระเพ็ด  ฯลฯ  มาสกัด

            ศึกษาหา ข้อมูลการสกัดสมุนไพรแต่ละอย่าง ว่า สามารถขับไล่แมลงเป็นพยาธิภายนอก ซึ่งบั่นทอนสุขภาพสัตว์ปีก และ ใช้แล้วมีผลข้างเคียง หรือ เป็นอันตรายกับสัตว์ หรือ คนเลี้ยงอย่างไร มีมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมแค่ไหน  เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการค้นคว้า ทางวิชาการ ต่อไป

ดูนี่ไปด้วยนะคะ



About Sindy Siri Noi

I still believe and ready

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s