พุทธชยันตี

                                   พุทธชยันตี หรือ สัมพุทธชยันตี ( Sambuddha jayanthi) เป็น เทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีความเกี่ยวเนื่องกับวันวิสาขบูชาคำว่า พุทธชยันตี มาจากศัพท์ พุทธ+ชยันตี (जयंती) ที่แปลว่า วันครบรอบ ( Anniversary) ในภาษาสันสกฤต พุทธชยันตีจึงแปลว่า การครบรอบวันเกิดของพระพุทธเจ้า หรือวันครบรอบชัยชนะของพระพุทธเจ้าก็ได้

โดยคำนี้ใช้เรียกการจัดกิจกรรมในปีที่ครบรอบวาระสำคัญของพระพุทธเจ้า เช่น ครบรอบ 2500 ปี แห่งปรินิพพาน หรือ 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ โดยอาจใช้ชื่อต่างกันไปบ้างในแต่ละประเทศ เช่น ศรีสัมพุทธชันตี สัมพุทธชยันตี แต่ทั้งหมดก็คือการจัดกิจกรรมพุทธชยันตี เพื่อมุ่งหมายการถวายเป็นพุทธบูชาในปีที่ครบรอบวาระสำคัญของพระพุทธเจ้านั่นเอง

พุทธชยันตี เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในประเทศ ศรีลังกา อินเดีย พม่า  และผู้นับถือพระพุทธศาสนาในประเทศอื่น ๆ บางประเทศ โดยใช้คำนี้ในการจัดกิจกรรมวิสาขบูชา โดยวัตถุประสงค์ของพุทธชยันตีในประเทศต่าง ๆ มุ่งการจัดกิจกรรมเป็นวาระพิเศษตลอดทั้งปีนั้น เช่น การจัดกิจกรรมพุทธบูชา การปฏิบัติธรรม และการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธเจ้า

นอกจากจะเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาแล้ว UNECO  ยังประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกด้วยนะคะ และถือว่าวันนี้เป็นวันสันติภาพของโลกด้วย
ดูเพิ่มเติมที่นี่จ้า : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B5

ภาพประกอบจาก อินเตอร์เนท

Advertisements

Daylight Saving Time

วันนี้เป็นวัน Daylight Saving Time (อเมริกา) ใครจะไปต่างประเทศควรรู้ไว้จะได้ไม่ไปสาย
Daylight Saving Time (ยุโรปเรียก Summer Time) หรือ การออมแสง คือ การปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูร้อน เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากแสงดวงอาทิตย์ให้มากที่สุด

เนื่องจากฤดูร้อนกลางวันจะยาวนานกว่ากลางคืน ยิ่งในบริเวณที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรความแตกต่างระหว่างช่วงกลางวันกลางคืนก็ยิ่งมากขึ้น 
ดังนั้น ไหนๆ ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วขึ้นแล้ว แทนที่จะปล่อยให้คนนอนอุตุจนแดดส่อง สู้ให้คนตื่นเร็วขึ้น เริ่มทำงานก่อน ก็จะเลิกงานเร็ว กลับบ้านเร็ว จะเป็นประโยชน์มากกว่า
เพราะหากกิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดิน ก็จะประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมาก

หลายประเทศจึงพร้อมใจกันปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง (บางประเทศปรับแค่ครึ่งชั่วโมง หรือมากถึง 2 ชั่วโมง) เพื่อให้สอดคล้องกับแสงอาทิตย์ และจะปรับคืนเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว

ใครจะไปอยู่ประเทศที่ใช้ Daylight Saving Time อย่าลืมปรับเวลาตามด้วยนะ

อยู่บ้านเราดีกว่าเนอะ 

สิทธิเด็ก (Rights of the Child)

เมื่อปีพุทธศักราช 2498 ได้เกิดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติทำให้ทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ ของตนมากขึ้น  ในปีเดียวกันนั้นเอง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของประเทศตนขึ้น โดยกำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน ขององค์การสหประชาชาติ

            ข้อ 1.  เด็กและเยาวชนพึงได้รับสิทธิเท่าเทียมกันโดยปราศจากการแบ่งแยกหรือกีดกัน ไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในเรื่อง เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง เผ่าพันธุ์แห่งชาติหรือสังคมทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่น ๆ ไม่ว่าจะของเด็กหรือของครอบครัวก็ตาม

ข้อ 2.  เด็กและเยาวชนพึงได้รับการพิทักษ์คุ้มครองเป็นพิเศษอันจะช่วยให้เด็กสามารถพัฒนาทั้งทางกาย ทางสมอง และจิตใจเพื่อให้ร่วมอยู่ในสังคมได้อย่างปกติชน

ข้อ 3.  เด็กและเยาวชนมีสิทธิที่จะได้มีชื่อ และมีสัญชาติ แต่กำเนิด

ข้อ 4.  เด็กและเยาวชนพึงได้รับความมั่นคงทางสังคม และเติบโตอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นทั้งแม่และเด็กควรได้รับการดูแลและคุ้มครองเป็นพิเศษ ทั้งเมื่ออยู่ในครรภ์ และภายหลังเมื่อคลอดแล้วโดยได้รับสิทธิในเรื่องที่อยู่อาศัย ได้รับอาหาร ได้รับการดูแลทางแพทย์ และโดยเฉพาะเด็ก ๆ ให้ได้รับการเล่นรื่นเริงเพลิดเพลินด้วย

ข้อ 5. เด็กและเยาวชนที่พิการทั้งทางร่างกาย สมอง และจิตใจ มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพิเศษ หมายถึงการดูแลรักษาและการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาวะของเด็กโดยเฉพาะ

ข้อ 6. เด็กและเยาวชนพึงได้รับความรัก และความเข้าใจอันจะช่วยพัฒนาบุคลิกของตน โดยเติบโตอยู่ในความรับผิดชอบของบิดา มารดาของเด็กเอง และในทุกกรณีเด็กจะต้องอยู่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นปลอดภัย และไม่พลัดพรากจากพ่อแม่ในกรณีที่เด็กไม่มีครอบคร้ว หรือมาจากครอบครัวที่ยากจน และมีลูกมากก็จะได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ จากรัฐหรือองค์การต่าง ๆ

ข้อ 7. เด็กและเยาวชนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาซึ่งครูควรจะจัดให้เปล่าอย่างน้อยในชั้นประถมศึกษา เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมโดยทั่ว ๆ ไป และให้เด็กเติบโตเป็นสมาชิกผู้ยังประโยชน์ต่อสังคมคนหนึ่ง การศึกษานี้คลุมไปถึงการแนะแนวทางชีวิต ซึ่งมีบิดามารดาเป็นผู้รับผิดชอบก่อนบุคคลอื่น ๆ เด็กจะต้องมีโอกาสได้รับควาาามสนุกสนานเพลิดเพลิน จากการเล่นและรื่นเริงพร้อมกันไปด้วย

ข้อ 8. เด็กและเยาวชนจะเป็นบุคคลแรกที่ได้รับการคุ้มครองและสงเคราะห์ในทุกกรณี

ข้อ 9. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการปกป้องให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง จากความโหดร้ายทารุณ และการถูกข่มเหง รังแกทุกชนิด เด็กจะต้องไม่กลายเป็นสินค้า ไม่ว่าในรูปใดจะต้องไม่มีการรับเด็กเข้าทำงานก่อนวัยอันสมควร ไม่มีการกระทำใด ๆ อันจะมีชักจูงหรืออนุญาติเด็กให้จำต้องรับจ้างทำงาน ซึ่งอาาจะเป็นผลร้ายต่อสุขภาพของเด็ก หรือเป็นเหตุให้การพัฒนาทางกายทางสมองและทางจิตใจของเด็กต้องเสื่อมลง

ข้อ 10. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากการกระทำที่แสดงถึงการกีดกัน แบ่งแยกไม่ว่าทางเชื้อชาติ ศาสนาหรือรูปใด ๆ เด็กจะต้องได้รับการเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมา ” ในภาวะแห่งจิตที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ และมีการหย่อนหนักหย่อนเบามิตรภาพระหว่างชนชาติต่าง ๆ สันติภาพ และภาพสากล และด้วยการสำนึกเต็มที่ว่าพลกำลังและความสารถพิเศษในตัวเขา ควรจะอุทิศเพื่อรับใช้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

กฎหมายสิทธิเด็ก มีที่มาจากอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child)ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้กำหนดสิทธิพื้นฐานของเด็กไว้ 4 ประการ คือ

1.สิทธิที่จะมีชีวิตรอด เป็นสิทธิที่จะได้รับการเลี้ยงดูทั้งทางร่างกาย จิตใจ ตลอดจนที่อยู่อาศัยให้เกิดความปลอดภัย และต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากบริการทางการแพทย์

2.สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา เด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิรับการศึกษาที่ดี ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม

3.สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง เป็นสิทธิที่เด็กทุกคนจะได้รับความคุ้มครองให้รอดพ้นจากการทารุณทุกรูปแบบ เช่น การทำร้าย การนำไปขาย ใช้แรงงานเด็ก หรือแสวงหาประโยชน์มิชอบจากเด็ก

4.สิทธิที่ในการมีส่วนร่วม มีสิทธิที่จะแสดงออกและแสดงความคิดเห็นต่อสังคมในเรื่องที่มีผลกระทบกับเด็ก กฎหมายสิทธิเด็กดังกล่าวปัจจุบันหลายประเทศได้ยอมรับและนำมาอนุวัติบัญญัติเป็นกฎหมายภายในของแต่ละประเทศสมาชิกเป็นจำนวนมาก และประเทศไทยก็รับหลักการดังกล่าวมาบัญญัติเป็นกฎหมายภายในชื่อว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพและป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กไว้หลายประการ ครอบคลุมสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กข้างต้น โดยสรุปประเด็นสำคัญดังนี้

1.คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่ดำเนินการและให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กเพื่อดำเนินการให้การคุ้มครองสิทธิเด็กเกิดเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

2.การปกป้องคุ้มครองเด็ก กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ของผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ต้องปฏิบัติต่อเด็กที่เหมาะสมไว้อย่างชัดเจน และผู้ฝ่าฝืนย่อมมีโทษทั้งทางปกครองและทางอาญา เช่น ผู้ปกครอง กฎหมายกำหนดหน้าที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน ตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

ผู้ปกครองต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้

(1) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานพยาบาล หรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก หรือที่สาธารณะ หรือสถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน

(2) ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพ หรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม

(3) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิต หรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(4) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก

(5) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ

บุคคลทั่วไป กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม คือ

(1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(2) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิต หรือการรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด

(4) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการ หรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว

(5) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก

(6) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงาน หรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก

(7) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก

(8) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี หรือสถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า

(9) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด

(10) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์

(11) ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

กฎหมายคุ้มครองเด็กมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากมีกฎหมายอื่นที่มีโทษหนักกว่าต้องลงโทษตามกฎหมายนั้น เช่น การทารุณเด็กได้รับอันตรายสาหัสหรือตายก็ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งมีโทษจำคุกหกเดือนถึงสิบปี หรือโทษประหารชีวิต แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดหน้าที่ของผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่มีการทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้โดยเร็วที่สุด และกฎหมายก็บัญญัติคุ้มครองผู้แจ้งเหตุที่กระทำโดยสุจริตให้ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครองแต่อย่างใด

The origin of New Year’s Day.

ความหมายของ วันขึ้นปีใหม่
          ความหมายของวันขึ้นปีใหม่ ตามพจนานุกรม ฉบับราชตบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า ” ปี” ไว้ดังนี้ ปี หมายถึง เวลา ชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว 365 วัน : เวลา 12 เดือนตามสุริยคติวันปีใหม่ มีประวัติความเป็นมาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและความเหมาะสม ตั้งแต่ในสมัยเริ่มแรกเมื่อชาวบาบิโลเนียเริ่มคิดค้นการใช้ปฏิทิน โดยอาศัยระยะต่าง ๆ ของดวงจันทร์เป็นหลักในการนับ เมื่อครบ 12 เดือนก็กำหนดว่าเป็น 1 ปี และเพื่อให้เกิดความพอดีระหว่างการนับปีตามปฏิทินกับปีตามฤดูกาล จึงได้เพิ่มเดือนเข้าไปอีก 1 เดือน เป็น 13 เดือนในทุก 4 ปี

ต่อมาชาวอียิปต์ กรีก และชาวเซมิติค ได้นำปฏิทินของชาวบาบิโลเนียมาดัดแปลงแก้ไข อีกหลายคราวเพื่อให้ตรงกับฤดูกาลมากยิ่งขึ้นจนถึงสมัยของกษัตริย์จูเลียต ซีซาร์ ได้นำความคิดของนักดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ชื่อ โยซิเยนิส มาปรับปรุง ให้ปีหนึ่งมี 365 วัน ในทุก ๆ 4 ปี ให้เติมเดือนที่มี 28 วัน เพิ่มขึ้นอีก 1 วัน เป็น 29 วัน คือเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า ปีอธิกสุรทิน

เมื่อเพิ่มในเดือนกุมภาพันธ์มี 29 วันในทุก ๆ 4 ปี แต่วันในปฏิทินก็ยังไม่ค่อยตรงกับฤดูกาลนัก คือเวลาในปฏิทินยาวกว่าปีตามฤดูกาล เป็นเหตุให้ฤดูกาลมาถึงก่อนวันในปฏิทิน

และในวันที่ 21 มีนาคมตามปีปฏิทินของทุก ๆ ปี จะเป็นช่วงที่มีเวลากลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงทิศตะวันออก และลับลงตรงทิศตะวันตกเป๋ง วันนี้ทั่วโลกจึงมีช่วงเวลาเท่ากับ 12 ชั่วโมง เท่ากัน เรียกว่า วันวสันตวิษุวัติ (Equinox in March)

แต่ในปี พ.ศ. 2125 วันวสันตวิษุวัติ กลับไปเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม ดังนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 จึงทำการปรับปรุงแก้ไขหักวันออกไป 10 วันจากปีปฏิทิน และให้วันหลังจากวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2125 แทนที่จะเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ก็ให้เปลี่ยนเป็นวันที่ 15 ตุลาคมแทน (เฉพาะในปี 2125 นี้) ปฏิทินแบบใหม่นี้จึงเรียกว่า ปฏิทินเกรกอเรียน จากนั้นได้ปรับปรุงประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเริ่มต้นของปีเป็นต้นมา

 

ความเป็นมาของ วันขึ้นปีใหม่ในไทย
          ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายนการกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯเป็นครั้งแรกการจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป

เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ
1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ 
2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา 
3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก 
4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย 

กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่ 
1. การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ 
2. การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร 
3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ 

ปีใหม่ปีนี้ ให้รางวัลอะไรกับตัวเองและคนทีคุณรักคะ อย่ารีรอที่จะบอกว่าเขามีความหมายกับคุณแค่ไหน เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร

Time and tide wait for no man.
เวลาและวารีไม่เคยรอใคร
Geoffrey Chaucer 

 

ที่มาของสำนวน “จนกระทั่งธนูปักหัวเข่า”

‎”I used to be an adventurer like you… then i took an arrow in the knee.” มีความหมายว่าเมื่อก่อนพวกเราก็เป็นนักล่าเหมือนคุณ จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า ก็เลยมาเป็นยาม 
ประมาณว่าใช้สำนวนนี้ เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องเลวร้าย จุดบกพร่องปมด้อย หรือเรื่องตรงข้ามจากดีมาเป็นร้าย มาใช้ในรูปแบบติดตลกเช่น

“แต่ก่อนครูนางน้อยก็สวยนะ จนกระทั่งธนูปักที่หัวเข่า”

“ฉันเป็นคนขยันนะ จนกระทั่งธนูปักที่หัวเข่า”

“จนกระทั่งธนูปักหัวเข่า” สำนวนนี้มีที่มาจากเกมส์นี้ค่ะ The Elder Scroll V : Skyrim” 

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในวันที่ 10 ธันวาคม 2554 ถือเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ส่งท้ายปี พ.ศ. 2554 โดยดวงจันทร์เริ่มเข้าสู่เงามืดของโลก(จันทรุปราคาบางส่วน) ตั้งแต่เวลา 19:46 น. และเข้าสู่ช่วงจันทรุปราคาเต็มดวงตั้งแต่เวลา 21:06 น. ถึง 21:57 น. คิดเป็นระยะเวลาจันทรุปราคาเต็มดวงยาวนานถึง 51 นาที ในขณะที่ดวงจันทร์อยู่ในเงามืดของโลกเต็มดวง จะมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีแดงอิฐทั้งดวง สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ ทางทิศตะวันออกสูงจากเส้นขอบฟ้าประมาณ 40 องศา หากพลาดชมจันทรุปราคาเต็มดวงคราวนี้คนไทยต้องรออีก 3 ปี จึงจะได้ชมจันทรุปราคาเต็มดวงในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2557 และครั้งถัดไปในวันที่ 4 เมษายน 2558

เหตุการณ์                                       เวลาในประเทศไทย

เริ่มเกิดจันทรุปราคาเงามัว(P1)                               18:33 น.

เริ่มเกิดจันทรุปราคาบางส่วน(U1)                            19:46 น.

เริ่มเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง(U2)                             21:06 น.

กึ่งกลางจันทรุปราคา                                             21:31น.

สิ้นสุดจันทรุปราคาเต็มดวง(U3)                               21:57 น.

สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน(U4)                               23:17 น.

สิ้นสุดจันทรุปราคาเงามัว(P4)                                  24:30 น.
ตารางแสดงเวลาการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาในประเทศไทยในวันที่ 10 ธันวาคม 2554

ภาพที่ 1 : แสดงตำแหน่งของดวงจันทร์เทียบกับเงาของโลกขณะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาในวันที่ 10 ธันวาคม 2554

ภาพที่ 2 : แสดงตำแหน่งของดวงจันทร์ระหว่างเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงในวันที่ 10 ธันวาคม 2554

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้สามารถสังเกตเห็นได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยตลอดทั้งปรากฏการณ์ ขณะเกิดจันทรุปราคาดวงจันทร์จะเคลื่อนที่ผ่านทางตะวันออกของกลุ่มดาววัว (Taurus) อยู่ห่างจากดาวอัลดีบาแรนในกลุ่มดาววัว ประมาณ 9 องศา และอยู่ห่างดาวอัลเนธ(Alnath) ของกลุ่มดาวสารถี ประมาณ 5 องศา

ภาพที่ 3 : แสดงตำแหน่งต่างๆ บนโลกที่สามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคาในวันที่ 10 ธันวาคม 2554

ในหลายภูมิภาคของโลกก็สามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์จันทรุปราคานี้ ได้ตลอดช่วงปรากฏการณ์เช่นกัน ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลียและฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ

จันทรุปราคา คือ ปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยโลกอยู่กึ่งกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก หรืออยู่หลังโลกเมื่อมองจากดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเกิดในช่วงดวงจันทร์เต็มดวงหากดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง เรียกว่า “จันทรุปราคาเต็มดวง” หากดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกบางส่วน จะเรียกว่า “จันทรุปราคาบางส่วน”

ภาพที่ 4 : แสดงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ ขณะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคา

ภาพที่ 5 : แสดงลำดับการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง

จันทรุปราคาเต็มดวง คือ ปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกทั้งดวง เราจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงเป็นสีแดงอิฐเนื่องจากได้รับแสงสีแดงซึ่งเป็นคลื่นที่ยาวที่สุดหักเหผ่านบรรยากาศโลกไปกระทบกับดวงจันทร์ หลังจากนั้นเมื่อดวงจันทร์โคจรออกจากเงามืดของโลกดวงจันทร์จะเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย จนสว่างทั้งดวง โดยทั่วไปการเกิดจันทรุปราคามักเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากเงาของโลกมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับดวงจันทร์ ดวงจันทร์จึงมักใช้เวลานานนับชั่วโมงในการโคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลก

ภาพที่ 6 : ภาพดวงจันทร์สีแดงอิฐขณะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554

จันทรุปราคาของดาวพฤหัสบดี

ในค่ำคืนของวันที่ 10 ธันวาคม 2554 นอกจากคนไทยทั่วประเทศจะเต็มอิ่มกับความงามของดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงอิฐที่ยาวนานถึง 51 นาที แล้วคนไทยยังมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาของดาวพฤหัสบดี อีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันที่หาชมได้ยากอีกด้วย

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาของดาวพฤหัสบดีในครั้งนี้ เกิดจากดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี โคจรเข้าไปในเงามืดของดาวพฤหัสบดี ทำให้คนบนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์ไอโอค่อยๆ เคลื่อนที่หายเข้าไปหลังดาวพฤหัสบดี ในเวลา 18:12 น. และเคลื่อนที่ออกจากเงามืดของดาวพฤหัสบดีในเวลา21:22 น. อย่างไรก็ตามการสังเกตปรากฏการณ์จันทรุปราคาบน           ดาวพฤหัสบดีนี้ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเนื่องจากดาวพฤหัสบดีอยู่ไกลมาก จึงต้องสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายตั้งแต่  50 เท่า ขึ้นไปเท่านั้น

ภาพที่ 7 : แสดงตำแหน่งดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีขณะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาของดาวพฤหัสบดี

ที่มา http://www.narit.or.th

ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร


           

           ทุ่งใหญ่นเรศวร….ป่าดงพงไพรกว้างใหญ่ไพศาล เรื่องราวจากคำเล่าขานถึงความอุดมสมบูรณ์และความงดงามของผืนป่า สิงสาราสัตว์ชุกชุม หมู่บ้านชนเผ่ากระเหรี่ยงกลางป่าลึก กิจการเหมืองแร่ ข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกพร้อมซากสัตว์ที่ถูกล่า ข่าวการบุกรุกทำลายป่าและการลักลอบล่าสัตว์ ข่าวใหญ่ครึกโครมเรื่องโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำโจน รวมทั้งอีกหลากหลายเรื่องราวที่เราเคยได้รับรู้ผ่านทางสื่อต่างฯนั้นล้วนเป็นตำนานที่อยู่ในความสนใจมาของเรามาโดยตลอด กว่าสิบปีมาแล้วที่ทุ่งใหญ่นั้นเป็นอีกความใฝ่ฝันหนึ่งที่เราอยากมีโอกาสจะได้เดินทางเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตนอกเหนือจากการท่องป่าด้วยการเดินเท้าในขณะนั้น 

           หลังจากทุ่งใหญ่นเรศวรได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศซึ่งจะครบรอบ 20 ในวันที่ 16 ธันวาคมที่จะถึงนี้ พร้อมๆกับความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีด้านต่างๆโดยเฉพาะยานยนต์และการสื่อสารนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เรื่องราวของป่าทุ่งใหญ่ได้เปิดเผยออกมาอย่างกว้างขวาง มีความละเอียดชัดเจนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน…คนรุ่นหลังอาจจะไม่เคยรู้จักว่า ทุ่งใหญ่นเรศวรสำคัญอย่างไร  ไปดูกันค่ะ

ลักษณะภูมิประเทศ

• ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแควน้อยและแควใหญ่ ลำน้ำแควใหญ่ไหลผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทางด้านตะวันออกมีเนื้อที่ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ระดับความสูงจากน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 800 – 1,200 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ เขาใหญ่ สูง 1,800 เมตร อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำลำธารหลายสาย คือ ห้วยโรตี่ แม่น้ำรันตี ไหลลงสู่ ลำแควน้อยทางด้านตะวันตก ห้วยเซซะโหว่ ห้วยดงวี่ ห้วยซ่งไท้ ไหลลงสู่แควใหญ่ทางด้าน ตะวันออก ห้วยหม่องดง แม่น้ำกษัตริย์ใหญ่ ห้วยทีมู ไหลลงสู่ประเทศพม่าทางด้านเหนือ

ลักษณะภูมิอากาศ

• มีฤดูกาลเช่นเดียวกับภาคกลางของประเทศไทย แต่อากาศค่อนข้างหนาวเย็นกว่าปกติ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ในหน้าร้อนอากาศเย็นสบายและกลางคืนน้ำค้างแรงมาก

ชนิดป่าและพรรณไม้

• ป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีหลายลักษณะผสมกันอยู่ตามธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และที่หลบซ่อนป้องกันภัยของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ ทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าอยู่อย่างชุกชุม ป่าเหล่านี้ประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าดงดิบเขา

• ทุ่งหญ้า มีกระจายอยู่ทั่วไปตามยอดเนิน บางแห่งมีขนาดใหญ่มีเนื้อที่ถึง 10 ตารางกิโลเมตร และเรียกบริเวณนี้ว่า ทุ่งใหญ่ บริเวณทุ่งหญ้าเหล่านี้มักจะเกิดไฟป่าลุกไหม้อย่าง รุนแรงทุกปี ทำให้มีไม้ยืนต้นกระจายอยู่ห่าง ๆ ไม้พื้นล่างเป็นพวกหญ้าและไม้ตระกูลปาล์ม คือ ปรงและเป้งขึ้นผสมอยู่ทั่วไป ในฤดูฝนไม้พื้นล่างในทุ่งจะเจริญงอกงามจนสูงท่วมหัว สัตว์ป่าจึงได้อาศัยหากินและซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดงหญ้าเหล่านี้ เมื่อถึงฤดูหนาวหญ้าที่แก่เต็มที่จะแห้ง และสุมกันเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ตอนปลายฤดูหนาว-ฤดูร้อนจึงเกิดไฟป่าลุกไหม้ทั้งทุ่งจนเหลือแต่ตอ หลังจากนั้นหญ้าจะเริ่มแตกยอดอ่อนเป็นหญ้าระบัด และกลายเป็นแหล่งหากินที่สำคัญของสัตว์ป่าและจะมีความสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง ทุ่งหญ้าที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดี ได้แก่ ทุ่งใหญ่ ทุ่งฤาษี ทุ่งนเรศวร

• ทุ่งใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าบนเนินเขาที่มีบริเวณติดต่อกันเป็นเนื้อที่ประมาณ 10 ตาราง กิโลเมตร สลับด้วยไม้ยืนต้นที่เหลือรอดจากไฟไหม้ทั้งที่เป็นกลุ่มและกระจายกันอยู่ในบริเวณทุ่งบริเวณที่ลุ่มมีแหล่งน้ำและดินโป่งหลายแห่ง ส่วนรอบ ๆ ยังเป็นป่าที่อุดทสมบูรณ์และยอดเขา หินปูนแซมอยู่ทั่วไป บริเวณนี้จึงมีสัตว์ป่าชุกชุมมากและมีทางด่านสัตว์ป่าที่ใช้เดินเป็นประจำและรอยลงกินดินโป่งอยู่ทั่วไป

• ป่าเบญจพรรณ มักจะขึ้นผสมอยู่กับป่าเต็งรัง ส่วนใหญ่ยังมีสภาพสมบูรณ์ มีไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะแบก ส้าน และมักจะพบไม้ไผ่ขึ้นแซมอยู่เป็นไม้พื้นล่าง เช่น ไผ่ไร่ ไผ่ไร่ลอ ไผ่รวก และบางแห่งจะปกคลุมไปด้วยป่าไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งมักจะเป็นกอขนาดใหญ่ ได้แก่ ไผ่ป่าหรือไผ่หนาม ไผ่ซางนวล ไผ่บง เป็นต้น

• ป่าเต็งรัง มักจะพบในบริเวณที่หน้าดินตื้นและมีความชื้นน้อย สภาพป่าโดยทั่วไปยังมีความอุดมสมบูรณ์และมีไม้ขนาดใหญ่กว่าที่อื่น ไม้มีค่าที่พบมาก ได้แก่ เต็ง รัง ประดู่ แดง ส่วนไม้พื้นล่างมักจะเป็นหญ้าชนิดต่าง ๆ ป่าเต็งรังบางแห่งได้เปลี่ยนสภาพเป็นทุ่งหญ้าและเกิด ไฟป่าลุกลามอย่างรุนแรง ป่าในลักษณะนี้จะมีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่น้อย ไม้ที่พบเป็นไม้จำพวกส้านและกระโดน แต่จะมีไม้พื้นล่างตระกูลปาล์มจำพวกเป้งและปรงขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นมีลักษณะแปลกไปจากที่อื่น โดยเฉพาะต้นปรงมีขนาดโตมากและมีอายุนับร้อยปี

• ป่าดงดิบ มักจะพบตามที่ราบลุ่มและริมห้วย ซึ่งจะมีลักษณะทั้งป่าดงดิบชื้นและ ป่าดงดิบแล้งผสมกัน มีพันธุ์ไม้ป่าดงดิบขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ที่สำคัญและมีค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ตะเคียน อบเชย เป็นส่วนใหญ่ ไม้พื้นล่างเป็นหวาย ไม้ไผ่ และเถาวัลย์ เป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธารที่สำคัญยิ่งและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าซึ่งชอบป่าทึบ

• ป่าดงดิบเขา กระจายอยู่ตามยอดเนินเขาเมื่อระดับความสูงมากขึ้น ชนิดพันธุ์ไม้จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพันธุ์ไม้ป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณเป็นพันธุ์ไม้ป่าดิบเขาจำพวกก่อชนิดต่าง ๆ มณฑาป่า จำปีป่า ป่าดงดิบเขาเป็นป่าทึบซึ่งเขียวชะอุ่มตลอดปีและติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ เป็นต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญมาก

สัตว์ป่า

• การผสมผสานของทุ่งหญ้าและป่าไม้ชนิดต่าง ๆ ตามธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าแห่งนี้ ทำให้มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และที่หลบซ่อนป้องกันภัยแก่สัตว์ป่าอย่างสมบูรณ์ จึงปรากฏมีสัตว์ป่ามากทั้งชนิดและจำนวน โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา ควายป่า กระซู่ สมเสร็จนอกจากนั้นยังมีร่องรอยและรายงานการพบเห็นอยู่ตามแหล่งต่าง ๆ ส่วนสัตว์คุ้มครอง อื่น ๆ ที่พบได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวาง เก้ง เสือชนิดต่าง ๆ หมี ค่าง บ่าง ชะนี ลิงลม ลิงต่าง ๆ พญากระรอก ชะมด อีเห็นต่าง ๆ หมีขอ ลิ่น และสัตว์อื่น ๆ อีกหลายชนิด รวมทั้งไก่ฟ้าหลังเทา ไก่ฟ้าพญาลอ เป็ดหงษ์ เป็ดก่า นกเงือกชนิดต่าง ๆ นกแก้ว นกพญาไฟ นกขุนทอง นกกระทาดง นกหัวขวานต่าง ๆ เป็นต้น ก็พบมากในป่าแห่งนี้

• สัตว์ป่าที่มีจำนวนมากและพบเห็นบ่อย ๆ ได้แก่ กระทิง ช้างป่า กวาง เก้ง ตาม ทุ่งหญ้าและดินโป่ง ตามทางรถและทางด่านสัตว์ก็จะพบชะมด อีเห็น และรอยเท้าเสือโคร่ง เป็นจำนวนมาก ในบริเวณป่าโปร่งและป่าไผ่ก็จะพบเห็นไก่ป่า ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง กวาง โดยไม่ยาก ส่วนนกชนิดต่าง ๆ และชะนีจะได้ยินเสียงร้องหรือเห็นตัวในป่าทั่วไป

จุดเด่นที่น่าสนใจ

• ธรรมชาติที่สวยงามและมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น เป็นที่น่าสนใจและพบเห็นได้เฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ป่าไม้ส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์ประกอบด้วยไม้ชั้นต่าง ๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ตามคบไม้มักจะประดับไปด้วยกล้วยไม้ป่าที่ออกดอกมีมีสรรต่าง ๆ บางต้นเป็นที่เกาะทำรังของผึ้งและมีรวงผึ้งเกาะแขวนอยู่ตามกิ่งไม้เป็นจำนวนมาก บางแห่งเป็นป่าไผ่นานาชนิดที่สมบูรณ์ และมีขนาดใหญ่งดงาม ทุ่งหญ้าและป่าโปร่งซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปตามเนินเขานั้นบางแห่งก็มีขนาดใหญ่มาก เช่น ทุ่งใหญ่ ทุ่งฤาษี ทุ่งนเรศวร ทุ่งหญ้าเหล่านี้มักจะมีไม้พื้นล่างตระกูลปาล์ม เช่น เป้ง ปรง ขึ้นแซมผสมอยู่กับไม้ยืนต้นทำให้มองดูแปลกกว่าที่อื่น ต้นปรงส่วนใหญ่มีขนาดโต และมีลักษณะงดงามตามธรรมชาติ ตามท้องทุ่งบางแห่งจะมีกล้วยไม้ดินและดอกหญ้า ขึ้นแซมสลับกับสีเขียวของทุ่งหญ้า สัตว์ป่าหลายชนิดได้อาศัยทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นที่หากิน จึงมักจะพบรอยเท้าสัตว์และทางด่านสัตว์เต็มไปหมด โดยเฉพาะตามน้ำซับและดินโป่งซึ่งมีอยู่ทั่วไป โป่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ โป่งซ่งไท้เล็ก โป่งซ่งไท้ใหญ่ โป่งดงวี โป่งตะเลอะเซอะ โป่งบอน โป่งไผ่ และหนองหม่องดง ซึ่งมีนกชุกชุมมาก ลำห้วยหลายแห่งมีความสวยงามตามธรรมชาติที่หาได้ยาก เช่น ลำแควใหญ่ ที่ไหลผ่านทางด้านตะวันออก ห้วยแม่หม่องดง แม่น้ำกษัตริย์ใหญ่ ห้วยเซซะโว่ ห้วยตะเลอะเซอะ ห้วยดงวี ห้วยซ่งไท้ เป็นต้น

• ธรรมชาติที่น่าสนใจเหล่านี้เป็นส่วนที่ได้สำรวจพบแล้วในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านไร่นี้ และยังไม่ได้ทำการสำรวจโดยละเอียดอีกหลายบริเวณ จึงคาดว่าจะได้พบสัตว์ป่าและธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมาย ทางด้านตะวันออกมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่า ถ้ำงู ถ้ำกระดูก บึงละกะตู บึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่อาศัยของเป็ดก่าซึ่งเป็นนกน้ำประจำถิ่นที่มีประชากรน้อยมากในธรรมชาติ หลักฐานที่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทิ้งเอาไว้เช่น ครกกังหันน้ำ

การเดินทาง

1.ทางด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี

• การคมนาคมไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรทางด้านตะวันตกอยู่ในสภาพที่ไม่สะดวก มีเส้นทางรถยนต์ซึ่งเป็นทางรถบรรทุกแร่จากหมู่บ้านกระเหรี่ยงคลิตี้ (ตำบลทุ่งเสือโทน อำเภอทองผาภูมิ) เพียงทางเดียวที่ผ่านที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ห้วยซ่งไท้เข้าสู่ทุ่งใหญ่ ระยะทางจากคลิดี้ถึงที่ทำการเขต ฯ ประมาณ 45 กิโลเมตร การเดินทางในฤดูฝนค่อนข้างลำบากและอันตรายเนื่องจากต้องข้ามภูเขา ลำห้วยหลายสาย

• การเดินทางจากตัวจังหวัดกาญจนบุรีไปยังหมู่บ้านกระเหรี่ยงคลิดี้ มีทางคมนาคมสะดวกกว่า โดยมีถนนลาดยางไปถึงเขื่อนศรีนครินทร์ระยะทางประมาณ 64 กิโลเมตร และมีถนนลูกรังผ่านอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ถึงคลิดี้ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร หากจะเดินทางผ่านอำเภอศรีสวัสดิ์ก็มีถนนลาดยางก่อนถึงทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ ไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ ผ่านอำเภอศรีสวัสดิ์ไปข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าแฉลบ เป็นถนนลูกรังไปรวมกับเส้นทางเดิมไปถึงคลิดี้ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางรถยนต์ขนส่งแร่จากคลิดี้ไปยังอำเภอสังขละบุรีและอำเภอ ทองผาภูมิโดยตรงได้อีกด้วย แต่เส้นทางไม่สะดวกตลอดปี

2.ทางด้านตะวันออก จังหวัดตาก

• การเดินทางการเดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก โดยปกติแล้วจะลำบากมากในฤดูฝน สามารถเดินทางโดยรถโดยสารได้หลายสาย แต่ละสายเดินรถเพียงวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น คือ

รถยนต์โดยสารจากอำเภอแม่สอด-อำเภออุ้มผาง ระยะทาง 169 กิโลเมตร

รถยนต์โดยสารจากอำเภออุ้มผาง-หมู่บ้านกะแง่คี ระยะทาง 47 กิโลเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก (ชอบตรงนี้แหละค่อยคุยได้ว่าไปป่า)

• ไม่มี

This slideshow requires JavaScript.

คิดถึงงงงงงงงงงงงงง

เพลงคณิตศาสตร์